**ข้อมูลทางวิชาการส่วนใหญ่ในเอนทรี่นี้มาจากการเรียบเรียงของเพื่อนๆเอกไทย ขอขอบคุณทุกคนนะจ๊ะ**

     เมื่อวันที่ 26-28 ตุลาคม 2552 เราได้เดินทางกับทางชมรมดนตรีไทยของคณะ

ในนามของค่ายสืบสานดนตรีไทยครั้งที่ 12 ไปอัมพวา

แต่ก่อนจะไปถึงที่พัก เราได้แวะไปกันที่ จ.ราชบุรีกันก่อน

ที่แรก**วัดขนอน-พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่

    หนังใหญ่คืออะไร ?

     หนังใหญ่เป็นการแสดงคล้ายกับหนังตะลุง

คือมีการเชิดตัวละครที่ทำมาจากหนังสัตว์บนจอที่ทำมากผ้าขาว

และจะต้องมีแสงไฟ เครื่องปี่พาทย์ ผู้พากย์บทเจรจา

ผู้เชิดหนัง และบทละคร แต่ตัวละครของหนังใหญ่จะทำมาจากหนังสัตว์ทั้งตัว

ไม่ใช่แค่ส่วนใดส่วนหนึ่งอย่างหนังตะลุงและจะมีน้ำหนักค่อนข้างมาก

ว่ากันว่าหนังใหญ่นี้มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

 

 

 แต่มีหลักฐานว่ามีเริ่มการแสดงมหรสพชนิดนี้ในสมัยกรุงศรีอยุธยาในสมัยของพระเจ้าอู่ทอง

ส่วนในสมัยรัตนโกสินทร์

มีหลักฐานในการแสดงนังใหญ่ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

ว่าทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องอิเหนาเพื่อใช้แสดงเพิ่มขึนจากเรื่องรามเกียรติ์

สมัยพระบทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พบการทำหนังใหญ่อยู่ 2 แห่งคือหนังใหญ่วัดขนอน จ.ราชบุรี

และหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จ.สิงห์บุรี

การสร้างหนัง

    การสร้างตัวหนังเจ้า มี 3 ตัว คือพระฤาษีจะใช้หนังเสือหรือหนังหมี

ของวัดขนอนใช้หนังเสือ รูปพระแผลงจะใช้หนังโคตายพราย คือตยขณะตั้งท้อง

หรือถูกฟ้าผ่าตาย โดยผู้สร้างจะต้องนุ่งขาวห่มขาว ถือศีลแปด เขียนสลักและลงสีให้เสร็จในวันเดียว

มีการถวายเครื่องสังเวยบูชาครู

    การสร้างตัวละครอื่นๆ  โดยทั่วไปจะใช้หนังโค เมื่อฟอกแล้วจะอ่อนม้วนไปมาได้สะดวก

ง่ายต่อการฉลุลวดลายต่างๆ และเมื่อแห้งแล้วจะไม่ย่น

ขั้นตอนต่อไปคือ การเขียนลาย ลงสี และเคลือบเพื่อให้คงทน

สุดท้ายคือนำไปผูกกับไม้ตับหนังหรือไม้คีบหนัง

 

 

 

เกี่ยวกับวัดขนอน

    เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน: พระครูพิทักษ์ศิลปาคม

    ตั้งอยู่ที่: อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

    พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ เปิดให้ชม ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น.

    การแสดงหนังใหญ่ ณ โรงแสดงหนังใหญ่วัดขนอน ทุกวันเสาร์ เวลา 10.00-11.00 น.

    งานเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน วันที่ 13-14 เมษายน ของทุกปี

    วัดขนอนมีส่วนสำคัญต่อการอนุรักษ์หนังใหญ่ทั้งอดีตและปัจจุบัน

ทางวัดได้ร่วมกับภาครัฐและเอกชนในการนำหนังใหญ่

ไปแลดงเผยแพร่ยังที่ต่างๆทั้งในและนต่างประเทศแล้วหลายครั้ง 

    ในปี พ.ศ.2532 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ทรงมีพระราชดำริให้ทางวัดช่วยอนุรักษ์หนังใหญ่ทั้ง 313 ตัว

โดยจัดทำหนังใหญ่ชุดใหมขึ้นแสดงแทน

โดยมีมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านช่างจัดทำหนังใหญ่ทั้งหมด

    พ.ศ.2550 ทางคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทางวัฒนธรรมของ UNESCO

ได้ประกาศให้ "การสืบทอดและฟื้นฟูหนังใหญ่วัดขนอน" ได้รับรางวัลจากUNESCO

และได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 6 ชุมชนดีเด่นของโลกที่มีผลงาน

ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูมรดรกวัฒนธรรมเชิงนามธรรม

โดยมีการมอบเหรียญรางวัล เกียรติบัตร

และการสัมนาแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ระหว่างผู้แทนชุมชนต่างๆที่ได้รางวัล

โดยองค์กร ACCU (Asia-Pacific Cultural Centre ofr UNESCO)

ณ โรงแรมโตเกียวไดอิชิ เมืองซึรุโอกะ จังหวัดยามากาตะ ประเทศญี่ปุ่น

ระหว่างวันที่ 8-11 มิถุนายน พ.ศ.2550 ในวาระดังกล่าว

พระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน และคณะเจ้าร่วงานและรับรางวัลดังกล่าว

**ส่งท้าย**

คลิปการแสดงหนังใหญ่ที่เราถ่ายมา

http://s92.photobucket.com/albums/l4/shimachan/?action=view&current=KICX5536.flv

เรื่องที่แสดงนี้เป็นตอนหนึ่งมาจากเรื่องรามเกียรติ์ ตอนอะไรก็จำไม่ได้แล้ว

หลายคนพอได้ยินชื่อ รามเกียรติ์ก็ทำหน้ายี้กันแล้ว

แต่จริงๆมันก็ไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้นนะค่ะ

แน่นอนว่าตอนอ่านในวิชาภาษาไทยก็คงน่าเบื่อเพราะมีแต่ตัวหนังสือ

แต่พอมาเป็นการแสดงอย่างนี้แล้ว เราว่าน่าสนใจกว่าในหนังสือเยอะเลยค่ะ

 

ขอจบแค่นี้ก่อนนะค่ะ ไว้ต่อเอนทรี่หน้า ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

 

 

edit @ 29 Oct 2009 14:59:20 by *FaAng*

edit @ 29 Oct 2009 18:22:40 by *FaAng*

edit @ 30 Oct 2009 12:39:53 by *FaAng*

อัมพวา ฉันมาแล้ว ~~~

posted on 28 Oct 2009 21:08 by shimachan  in General

    เพิ่งกลับมาจากค่ายดนตรีของคณะวันนี้เอง อยากจะบอกว่าสนุกมากๆ เหมือนไปเที่ยวกันเองนี้แหละ แต่อารมณ์ว่าต้องดูเด็กปีหนึ่งไปด้วย ถึงจะไม่ค่อยได้ช็อปแต่ความรู้ที่ได้ก็เหลือจะคุ้ม มีอะไรใหม่ๆให้ศึกษาเสมอ ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่เราได้ยินกันมาแล้ว แต่พอมาสัมผัสเข้ากับสิ่งต่างๆเหล่านั้นจริงๆจังๆ ต้องขอบอกเลยว่า มันมีอะไรมากกว่าที่เราคิดเยอะ

    สำหรับคนที่ต้องการศึกษาเรื่องพื้นบ้าน เราแนะนำให้ลงพื้นที่ไปดู สัมผัสด้วยตัวเองเพราะเราจะเห็นภาพได้ชัดกว่าตอนนั่งดูอยู่ในทีวี

 

ปล.จริงๆก็แค่อยากหาเรื่องเขียนไม่ให้บล็อกมันร้างเฉยๆแหละ ไม่ได้มีอะไรมากเลย อัพครั้งหน้าจะลงรูปกับรายละเอียดสถานที่ที่ได้ไปค่ะ

Tout est pour Rammstein !!!

posted on 14 Oct 2007 14:46 by shimachan  in General

ฮาโหล พ่อแม่พี่น้อง ไม่ได้เข้าบล็อกซะนานเปลี่ยนซะจนงงไปเลย เอาเหอะ เดี๋ยวก็ได้เองแหละ

เหอๆ คราวนี้ัขอมาสาธยายถึงวงสุดที่รักของเราเอง RAMMSTEIN !!!

เมทัลเยอรมันเก่าแก่และดังที่สุดเท่าที่เยอรมันเคยมี

ทำไมถึงได้ชอบหนักชอบหนาอีวงนี้ที่ในไทยแทบจะไม่มีใครรู้จัก ก่อนอื่นมารู้จักสมาชิกของวงกันก่อน


นักร้องนำ : Till Lindemann

ด้วยเสียงที่เป็นเอกลักษณ กับการพูดตัว r แบบแตกต่างกับชาวเยอรมันส่วนใหญ่และเพลงที่เขาแต่ง

ต่างก็มีเนื้อหาเป็นบทกลอน (ไม่เชื่อลองไปหาอ่านคำแปลได้) ที่ส่วนใหญ่จะพรรณาถึงเรื่องความรู้สึก

ความรัก ยา เซ็กซ์ (เหมือนวงร็อกทั่วไป) ที่สื่อด้วยคำกลอน

มือกีตาร์ : Richard Krupe-Bernstein

มือกีตาร์หน้าดุแต่เอาเข้าจริงกลับมีสัมพันธไมตรีดีต่อแฟนๆ และพูดภาษาอังกฤษ

ได้คล่องเนื่องจากเคยแต่งงานกับนักแสดงสาวชาวอเมริกันซึ่งได้หย่ากันไปแล้วเมื่อปี 2004

 

มือกีตาร์ : Paul Lender

มือกีตาร์หน้าตาใจดีที่ไม่เหมาะกับวงเมทัล ดูตามmvจะเห็นแต่ความเถื่่อน

แต่จริงๆเป็นคนขี้เล่น(เชื่อป่ะ)

 

มือคีย์บอร์ด : Christain Lorenz

ถึงหน้าตาจะคล้ายหนูแต่ฝีไม้ลายมือก็ไม่ใช่เล่นๆ หน้าตาก็บ่งยอกรสนิยมว่าบ้าเกมส์

ถึงจะตกเป้นเหยื่อบ่อยๆใน mv ของวงแต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะภูมิใจ

 

มือกลอง : Christoph Schneinder

หนึ่งในสองของสมาชิกกลุ่มที่อายุน้อยที่สุดและก็หนึ่งคนบ้าเกมส์ doomและ

พูดภาษาอังกฤษได้คล่องด้วยการฟังข่าวภาษาอังกฤษผ่านทางวิทยุและอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ

 

มือเบส : Olivier Riedel

เป็นคนที่ตัวสูงที่สุดในวง (2เมตรกว่า) และหนึ่่งในสองคนที่เด็กที่สุดของวงอีกด้วย

เป็นคนเงียบๆขี้อาย ชอบเล่นคอม เป็นคนพูดน้อยทำให้ไม่ค่อยมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขามากนัก

ประวัติของวง สมาชิกทุกคนของวงนี้ต่างเกิดที่เยอรมันตะวันออก

และตั้งวง Rammstein ขึ้นเมื่อปี 1994 โดยมีอัลบั้มแรกชื่อ

Herzeleid ซึ่งหาซื้อได้ที่ central world (แต่ไม่รู้ว่าจะยังมีเหลืออยู่รึเปล่าตอนนี้)

mv จากอัลบั้ม Herzeleid

du riechst so gut

http://www.dailymotion.com/video/x237p_rammstein-du-riechst-so-gutsub_music

จากนั้นก็เป็นอัลบั้นล่าสุดของวงนี้ Rosenrot

สังเกตุให้ดีๆว่าแต่ละคนหน้าเด็กกันขนาดไหน มีขายที่ cenral world และ b2s ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับพวกบ้าของหายาก เราเองตอนแรกก็ยังไม่เชื่อด้วยซ้ำว่ามีขายที่บ้านเราด้วย ก็อย่างว่าอัลบั้ม Mutter ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ 3 ก่อนอัลบั้มล่าสุดนั้นขายที่ฝรั่งเศสตกประมาณ 22 eur. (ประมาณ พันกว่าๆบาท) ดูซิค่ะพ่อแม่พี่น้อง ยังที่ไทยขายแค่แผ่นละ 500กว่าๆ (มีการลดให้อีกต่างหาก)

mv จากอัลบั้ม Rosenrot :

Benzin

http://www.dailymotion.com/video/x71nd_rammstein-benzin_music

rosenrot

http://www.dailymotion.com/video/x176j_rammsteinrosenrot_music

เป็นวงที่แต่งชุดนักบวชขึ้นกันทุกคนเลยนะ

mann gegen mann

http://www.dailymotion.com/video/x14tq_rammsteinmann-gegen-mann-dernier-cl_music

จากนับุญสู่ชีเปลือย == ทำใจก่อนเปิดดูนะ

หลังจากอัลบั้ม rosenrot แล้วก็ยังไม่มีข่าวถึงการออกอัลบั้มใหม่แต่ก็มี DVD Volkerball ซึ่งรวมทัวร์ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาของ Rammsteinในหลายประเทศทางยุโรปและญี่ปุ่น (อิจฉาฟร่ะ)

และเรายังคงติดตามงานของพวกเขาต่อไป vive rammstein !!!

ขอบคุณผู้ที่หลงเข้ามาที่บล็อกบ้าบอแห่งนี้

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 14 Oct 2007 17:09:44 by *FaAng*

edit @ 14 Oct 2007 17:22:04 by *FaAng*

edit @ 13 Aug 2009 20:49:08 by *FaAng*

edit @ 13 Aug 2009 20:49:48 by *FaAng*