ก่อนจะถึงอัมพวา แวะกันที่ราชบุรี
posted on 29 Oct 2009 13:37 by shimachan in General**ข้อมูลทางวิชาการส่วนใหญ่ในเอนทรี่นี้มาจากการเรียบเรียงของเพื่อนๆเอกไทย ขอขอบคุณทุกคนนะจ๊ะ**
เมื่อวันที่ 26-28 ตุลาคม 2552 เราได้เดินทางกับทางชมรมดนตรีไทยของคณะ
ในนามของค่ายสืบสานดนตรีไทยครั้งที่ 12 ไปอัมพวา
แต่ก่อนจะไปถึงที่พัก เราได้แวะไปกันที่ จ.ราชบุรีกันก่อน
ที่แรก**วัดขนอน-พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่
หนังใหญ่คืออะไร ?
หนังใหญ่เป็นการแสดงคล้ายกับหนังตะลุง
คือมีการเชิดตัวละครที่ทำมาจากหนังสัตว์บนจอที่ทำมากผ้าขาว
และจะต้องมีแสงไฟ เครื่องปี่พาทย์ ผู้พากย์บทเจรจา
ผู้เชิดหนัง และบทละคร แต่ตัวละครของหนังใหญ่จะทำมาจากหนังสัตว์ทั้งตัว
ไม่ใช่แค่ส่วนใดส่วนหนึ่งอย่างหนังตะลุงและจะมีน้ำหนักค่อนข้างมาก
ว่ากันว่าหนังใหญ่นี้มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย
แต่มีหลักฐานว่ามีเริ่มการแสดงมหรสพชนิดนี้ในสมัยกรุงศรีอยุธยาในสมัยของพระเจ้าอู่ทอง
ส่วนในสมัยรัตนโกสินทร์
มีหลักฐานในการแสดงนังใหญ่ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ว่าทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องอิเหนาเพื่อใช้แสดงเพิ่มขึนจากเรื่องรามเกียรติ์
สมัยพระบทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พบการทำหนังใหญ่อยู่ 2 แห่งคือหนังใหญ่วัดขนอน จ.ราชบุรี
และหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จ.สิงห์บุรี
การสร้างหนัง
การสร้างตัวหนังเจ้า มี 3 ตัว คือพระฤาษีจะใช้หนังเสือหรือหนังหมี
ของวัดขนอนใช้หนังเสือ รูปพระแผลงจะใช้หนังโคตายพราย คือตยขณะตั้งท้อง
หรือถูกฟ้าผ่าตาย โดยผู้สร้างจะต้องนุ่งขาวห่มขาว ถือศีลแปด เขียนสลักและลงสีให้เสร็จในวันเดียว
มีการถวายเครื่องสังเวยบูชาครู
การสร้างตัวละครอื่นๆ โดยทั่วไปจะใช้หนังโค เมื่อฟอกแล้วจะอ่อนม้วนไปมาได้สะดวก
ง่ายต่อการฉลุลวดลายต่างๆ และเมื่อแห้งแล้วจะไม่ย่น
ขั้นตอนต่อไปคือ การเขียนลาย ลงสี และเคลือบเพื่อให้คงทน
สุดท้ายคือนำไปผูกกับไม้ตับหนังหรือไม้คีบหนัง
เกี่ยวกับวัดขนอน
เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน: พระครูพิทักษ์ศิลปาคม
ตั้งอยู่ที่: อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ เปิดให้ชม ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น.
การแสดงหนังใหญ่ ณ โรงแสดงหนังใหญ่วัดขนอน ทุกวันเสาร์ เวลา 10.00-11.00 น.
งานเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน วันที่ 13-14 เมษายน ของทุกปี
วัดขนอนมีส่วนสำคัญต่อการอนุรักษ์หนังใหญ่ทั้งอดีตและปัจจุบัน
ทางวัดได้ร่วมกับภาครัฐและเอกชนในการนำหนังใหญ่
ไปแลดงเผยแพร่ยังที่ต่างๆทั้งในและนต่างประเทศแล้วหลายครั้ง
ในปี พ.ศ.2532 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงมีพระราชดำริให้ทางวัดช่วยอนุรักษ์หนังใหญ่ทั้ง 313 ตัว
โดยจัดทำหนังใหญ่ชุดใหมขึ้นแสดงแทน
โดยมีมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านช่างจัดทำหนังใหญ่ทั้งหมด
พ.ศ.2550 ทางคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทางวัฒนธรรมของ UNESCO
ได้ประกาศให้ "การสืบทอดและฟื้นฟูหนังใหญ่วัดขนอน" ได้รับรางวัลจากUNESCO
และได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 6 ชุมชนดีเด่นของโลกที่มีผลงาน
ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูมรดรกวัฒนธรรมเชิงนามธรรม
โดยมีการมอบเหรียญรางวัล เกียรติบัตร
และการสัมนาแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ระหว่างผู้แทนชุมชนต่างๆที่ได้รางวัล
โดยองค์กร ACCU (Asia-Pacific Cultural Centre ofr UNESCO)
ณ โรงแรมโตเกียวไดอิชิ เมืองซึรุโอกะ จังหวัดยามากาตะ ประเทศญี่ปุ่น
ระหว่างวันที่ 8-11 มิถุนายน พ.ศ.2550 ในวาระดังกล่าว
พระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน และคณะเจ้าร่วงานและรับรางวัลดังกล่าว
**ส่งท้าย**
คลิปการแสดงหนังใหญ่ที่เราถ่ายมา
http://s92.photobucket.com/albums/l4/shimachan/?action=view¤t=KICX5536.flv
เรื่องที่แสดงนี้เป็นตอนหนึ่งมาจากเรื่องรามเกียรติ์ ตอนอะไรก็จำไม่ได้แล้ว
หลายคนพอได้ยินชื่อ รามเกียรติ์ก็ทำหน้ายี้กันแล้ว
แต่จริงๆมันก็ไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้นนะค่ะ
แน่นอนว่าตอนอ่านในวิชาภาษาไทยก็คงน่าเบื่อเพราะมีแต่ตัวหนังสือ
แต่พอมาเป็นการแสดงอย่างนี้แล้ว เราว่าน่าสนใจกว่าในหนังสือเยอะเลยค่ะ
ขอจบแค่นี้ก่อนนะค่ะ ไว้ต่อเอนทรี่หน้า ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
edit @ 29 Oct 2009 14:59:20 by *FaAng*
edit @ 29 Oct 2009 18:22:40 by *FaAng*
edit @ 30 Oct 2009 12:39:53 by *FaAng*
